Top News

Thai ESGX: มาตรการใหม่กู้วิกฤตตลาดหุ้น หรือแค่ยืดเวลาวิกฤติ?

Update เล่าเรื่องกองทุนลดหย่อนภาษีล่าสุด By John

ในวันนี้ (11 มีนาคม 2568) ได้มีข่าวอัปเดตเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษีในไทยเพิ่มเติมที่ชื่อ THAIESG EXTRA ทางผมจึงขอมาเล่าให้ฟัง ถึงที่ไปที่มา เกี่ยวกับรายละเอียดครับ

ข่าวที่พูดถึง“ครม.ไฟเขียว Thai ESG Extra โยก LTF เดิมเข้ากองทุนใหม่ ลดภาษี 5 แสน” พาดหัวข่าวจากทางกรุงเทพธุรกิจ [1]

เล่าที่มาก่อน

ในไทยช่วงปี 2547 ทางภาครัฐได้มีความคิดอยากให้ตลาดหุ้นไทยมีความมั่นคงมากขึ้น ไม่ใช่ตลาดการพนันหรือปั่นหุ้น (เมื่อก่อนมักมีคำว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น) จึงได้มีการออกกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ออกมา เพื่อให้เงินของคนทั่วไปที่มาเข้าตลาดหุ้นเป็นการลงทุนมากขึ้น คือมีการถือยาวมากขึ้น ลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีขึ้น ไม่ใช่เก็งกำไรอย่างเดียว (สังเกตจากชื่อ LTF ที่เต็มๆเรียกว่า Long term Equity Fund) โดยมีแรงจูงใจคือการได้เอายอดลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้

ผลของการออกมาตรการนี้ก็เป็นไปด้วยดี คือหลังจากผ่านไป 10-20 กว่าปี ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น คนไทยก็ชอบด้วย ดูได้จากยอดเม็ดเงินลงทุน LTF ที่ ณ ปัจจุบัน(สิ้นปี 2568) มีเกือบ 2 แสนล้าน [2] รวมไปถึงดัชนีหุ้นไทยที่ทยอยปรับขึ้นไปจนถึง 1800 จุดในที่ผ่านมา

ผลที่ตามมาและปัญหา

แน่นอนว่าทุกอย่างมีบวกก็ต้องมีลบ ไม่มีทางจะมีแต่เรื่องดี ในภาวะปกติที่ตลาดหุ้นไทยมีการเติบโต คนที่ลงทุน LTF ในช่วงที่ผ่านมา ต่อให้ครบกำหนดต้องขายแล้ว ส่วนมากก็จะยอมถือต่อปล่อยให้กำไรเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ (ถ้ากำไรก็ปล่อยรันต่อ จะขายทำไม) แต่ด้วยเศรษฐกิจของประเทศไทยที่หลายคนรู้กันว่า มีการเติบโตน้อย อนาคตไม่ค่อยมั่นคง ทำให้ตลาดหุ้นก็ตอบสนองทิศทางเดียวกันคือทยอยปรับตัวย่อลงมาตลอด โดยเฉพาะช่วงปี 2567-2568 นี้ ผลคือคนที่ถือ LTF จากเดิมที่กำไรดีๆ ก็เริ่มกลัวจะขาดทุน(หรือขาดทุนไปแล้ว) ทยอยขายออกมาเป็นเงินสดก่อน แล้วพอยิ่งขายก็เป็นลูกโซ่ยิ่งถล่มตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม ผลคือเม็ดเงิน LTF ที่เคยช่วยดันตลาดหุ้นไทยกว่า 2 แสนล้านบาท กลายเป็นอีกเม็ดเงินที่จะกลับมาผลักดันตลาดหุ้นไทยลงเหวด้วยแทน

FACT ตั้งแต่ต้นปี 2568 เฉพาะเดือนมกราคมมีเงินไหลออกไปกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท [3]

ที่มา THAIESGX ตามข่าว

การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่อง จึงเป็นเสียงที่บ่นไปยังภาครัฐให้ออกมาตรการต่างๆออกมา ทำให้ที่ผ่านมาภาครัฐตื่นตัวเริ่มทยอยออกมาตรการช่วยพยุงตลาดหุ้น ไล่ตั้งแต่ออกกองทุนลดหย่อนภาษี THAIESG ที่กะให้คล้ายกับ LTF ของเก่าแต่ไม่ได้ผล (ทำไมไม่ได้ผล เดียวเล่าด้านล่าง), มีการออกกองทุนวายุภักษ์ที่การันตีผลตอบแทน, มีหารือจะออกมาตรการออมหุ้นรายตัวแล้วลดหย่อนภาษีได้แบบญี่ปุ่นที่ชื่อ TISA และสุดท้ายที่มีข่าววันนี้คือ Thai ESGX

เล่านอกเรื่อง: THAIESG ไม่ได้ผลเพราะ ดันมีตราสารหนี้อยู่ด้วย ไม่เหมือน LTF ที่มีหุ้นอย่างเดียว คนทั่วไปจึงเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่า คือลงกองทุน THAIESG ประเภทตราสารหนี้แทน เม็ดเงินจึงไม่ไหลเข้าตลาดหุ้นเท่ากับ ไม่ดันหุ้นไทยนั่นเอง

THAIESGX หลักๆคือมาตรการหยุดกระแสขายของกองทุน LTF ของเก่าล่าสุด โดยภาครัฐจะให้สิทธิประโยชน์ที่ว่าหากย้ายเม็ดเงิน LTF ไปยัง THAIESGX จะลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมสูงสุด 5 แสนบาท แลกกับการถือเพิ่ม 5 ปี โดยคาดจะเริ่มได้ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายนนี้

ผลกระทบและสรุปสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ส่วนตัวมองว่ามาตรการนี้ระยะสั้นๆ คงช่วยให้หุ้นไทยไม่ปรับตัวลงต่อไปได้ แต่อย่าลืมว่าการที่ไม่ปรับตัวลงต่อก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นไทยจะขึ้น และระยะยาวแล้ว หากผ่านไป 5 ปีแล้วครบกำหนด THAIESGX อีกครั้ง เดียวก็มีจะแรงขายออกมาใหม่อยู่ดี

ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาทั้งหมด จริงๆแล้วต้องไปมองที่ต้นเหตุคือเรื่องของเศรษฐกิจและอนาคตของไทย อย่าลืมว่าตลาดหุ้นก็คือแหล่งรวมของบริษัทเอกชนชั้นนำในไทย การที่ตลาดหุ้นไม่ขยับก็หมายความว่าบริษัทเอกชนของไทยทำกำไรได้ไม่ค่อยดี ไม่มีอนาคตในระยะยาว แข่งขันไม่ได้ ซึ่งภาครัฐและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ควรจะแก้ไขตรงนี้มากกว่า หากปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ดีมีอนาคต เอกชนแข่งได้ เดียวตลาดหุ้นก็ขึ้นเอง อย่าลืมว่าตลาดหุ้นมักเป็นดัชนีชี้นำถึงเศรษฐกิจไทยในอนาคต

สุดท้ายก่อนจาก แล้วทำยังไงภาครัฐและเอกชนถึงจะปรับตัวพัฒนาได้ อันนี้ผมเองก็ไม่ได้มีคำตอบที่แน่นอนครับ 5555 (ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ และเพื่อป้องกันทัวร์ลง ขอให้นักการเมือง ข้าราชการตอบคำถามนี้แทนดีกว่า)  

[1] https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1170449

[2] https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1159303

[3] https://www.kaohoon.com/news/732068

Post a Comment

أحدث أقدم