Top News

ทรัมป์เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าต่อ! เตรียมประกาศภาษีนำเข้าอีกหลายรายการ


        ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มองว่ามาตรการกำแพงภาษีจะช่วยฟื้นฟูการผลิตภายในประเทศ และจะช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ เขาได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 

        ล่าสุด มีแผนขยายมาตรการภาษีเพิ่มเติมในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และยา โดยคาดว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตราประมาณ 25% จากอัตราภาษีเดิมที่ 2.5% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.สำหรับสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และยา กำลังพิจารณาปรับเพิ่มภาษีในช่วงเวลาเดียวกัน โดยอัตราภาษีอาจอยู่ที่ 25% หรือสูงกว่านั้น แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่ชัดในการบังคับใช้

มุมมองการลงทุน

KAsset มองว่า การเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ อาจช่วยเพิ่มรายได้และลดการขาดดุลการค้า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนสินค้าน้ำเข้าสูงขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างไรก็ดี แม้ปัจจัยเงินเฟ้ออาจกดดันให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้น้อยลง แต่บริษัทในสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มทำกำไรได้โดดเด่นในปีนี้ เราจึงยังคงมุมมอง Overweight

หุ้นต่างประเทศ

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวน จากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง GDP ไตรมาส 4 ประมาณการครั้งที่ 2 (27 ก.พ.) และดัชนี PCE (28 ก.พ.) ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

หุ้นไทย

ฤดูกาลจ่ายปันผลช่วงเดือนก.พ. - เม.ย. น่าจะช่วยจำกัด downside risk อีกทั้ง ตลาดและรอความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งกองทุน Thai ESG กองที่ 2

ตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ

ติดตามการประชุม กนง. ในวันพุธ (26 ก.พ.) คาดว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% แต่มีความเป็นไปได้ที่กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี

ทองคำ

ทองคำจะยังมีแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่มีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างจำกัด เนื่องจากที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นมาแล้วค่อนข้างมาก

น้ำมัน

ราคาน้ำมันมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในรัสเซียจะปรับตัวลดลง หลังจากยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันด้วยโดรน


ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป ผู้ขายต้องระมัดระวังด้วยวิจารณญาณและรับผิดชอบในความเสี่ยงด้วยตนเอง / กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกัน (ทั้งหมด/บางส่วน/ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง) ตามที่กำหนดในโครงการจัดการหรือหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุน ดังนั้นผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยศึกษานโยบายกองทุนและความเสี่ยงได้ที่ www.kasikornasset.com

ขอบคุณที่มา: บลจ. กสิกรไทย จำกัด ข้อมูล ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568

Post a Comment

ใหม่กว่า เก่ากว่า